ดอกไม้ในมอ

26 Jan

inthegarden

———-อ่านและเขียนไม่ผิดหรอกค่ะ เอนทรี่นี้ตั้งใจจะเล่าเรื่อง ‘ดอกไม้ในมอ’ ไม่ใช่ ‘ดอกไม้ในมือ’ ที่ไม่คิดจะเขียนถึงดอกไม้ในมือดอกนี้ เพราะถึงไม่บอกหลายคนก็รู้จักมันดี ดอกไม้ที่ใครต่างก็พากันถามถึงและรอชมอยู่ทุกปี รู้อย่างนี้แล้วถ้าข้าพเจ้าจะไม่เอ่ยถึงเลยสักนิดก็คงจะกระไรอยู่..  อย่างน้อยถ้าดอกไม้ในมือทำให้คนสนใจอ่านเอนทรี่นี้ ก็เท่ากับว่าเค้าได้อ่านเรื่องดอกไม้ในมอที่ตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ด้วยน่ะสิ   อื้ม! เป็นวิธีหลอกล่อผู้อ่านที่เข้าท่าดี งั้นก็บรรเลงต่อได้เลย 555!

———-นางพญาเสือโคร่งหรือชมพูภูพิงค์* ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า ฮิมาลายาซากุระ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Wild Himalayan cherry เป็นดอกไม้ในกลุ่มเดียวกับ บ๊วย ท้อ และพลัม คงเพราะชื่อของมันฟังดูไม่น่าจะรื่นรมย์ใจกระมัง บ้านเราก็เลยขนานนามให้ใหม่ว่า ‘ซากุระเมืองไทย’ เสียเลย
———-ดอกสีชมพูแสนหวานบานสะพรั่งทั้งต้นน่าดึงดูดใจขนาดนี้ จึงไม่แปลกใจที่ใครต่อใครพากันหลงใหลได้ปลื้มชอบอกชอบใจ และอยากเดินทางไปสัมผัสชื่นชมใกล้ๆ สักที แถมเจ้าหล่อนก็บานแค่ปีละครั้งเสียด้วยสิ ดังนั้นถ้าอยากเจอกับเธอก็ต้องเตรียมตัวกันให้ดีๆ เพราะถ้าพลาดครั้งนี้ก็ต้องรออีกทีปีหน้าเลย
———-แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่านางพญาเสือโคร่งไม่ได้มีแต่สีชมพู มีตั้งหลายเฉดสี ทั้งสีชมพูสด สีชมพูอ่อน สีแดง และที่หายากที่สุดคือ สีขาว โชคดีที่ปีนี้ได้ภาพนางพญาเสือโคร่งสีขาวมาฝาก ไม่ต้องเป็นสีชมพูก็ดูน่ารักดีนะว่าไหม..

———-พอเห็นรูปแล้วบางคนน่าจะร้องอ๋อ! เพราะเคยเห็นมาแล้วแต่อาจจะมองเลยผ่านไป ดังนั้นถ้าเห็นดอกคลับคล้ายคลับคลาแต่ว่าไม่แน่ใจ แนะนำให้สังเกตที่โคนใบ ถ้ามี ‘นม’ ล่ะก็ ต้นนี้แหละ ‘นางพญา’ ชัวร์! (เป็นต่อมเล็กๆ ที่โคนใบ)   ถ้าบ้านเราลองเอามาปลูกหลายๆ สีก็น่าจะดี ดอยลูกนู้นเป็นสีนี้ ดอยลูกนี้เป็นสีนั้น คงจะสวยและแปลกตาเวลาที่มันบานพร้อมกัน

———-มีคำถามประเภทหนึ่งเกี่ยวกับดอกไม้ที่สำหรับข้าพเจ้าแล้วตอบได้ยากนัก คือคำถามที่ถามถึงเวลาที่ดอกไม้บาน.. แม้ว่าหนังสือคู่มือพรรณไม้ต่างๆ จะมีข้อมูลเหล่านี้บอกเอาไว้ ได้อ่านแล้วก็นับถือและชื่นชมผู้ที่สังเกตและติดตามจนได้ข้อมูลเหล่านั้นมาจริงๆ เพราะที่ผ่านมาจากการสังเกตด้วยตัวเองกับต้นไม้แค่บางอย่างที่ข้าพเจ้ารอมันอยู่ทุกปี พบว่าบางทีมันก็ไม่ได้ออกดอกในช่วงเวลาตรงกันในแต่ละปี และถึงจะเป็นต้นไม้อย่างเดียวกัน ก็ยังออกดอกไม่พร้อมกันในแต่ละที่ จึงรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่มั่นใจที่จะตอบทุกที ถ้ามีคนถามเวลาที่ดอกไม้บานอย่างเอาแน่เอานอน   ดังนั้นคนตอบอย่างข้าพเจ้าก็เลยต้องทำใจถ้าตอบผิดพลาดไป ส่วนคนถามเองถึงถามมาดีแล้ว ก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ ถ้าพลาดไม่ได้เห็นดอกไม้บานอย่างที่อยากจะเห็น
..เมื่ออุณหภูมิ ความชื้น และฤดูกาลเหมาะสม ดอกไม้ก็ออกดอกเมื่อถึงเวลา ถ้าเป็นคู่มือดูดอกไม้ของข้าพเจ้าเองก็คงจะเขียนเอาไว้แบบนี้ล่ะ อย่าหาว่ากวนประสาทเลย 555!

———-สถานที่ที่นิยมไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง คือ ขุนแม่ยะ ขุนช่างเคี่ยน (ดอยสุเทพ) และขุนวาง (ดอยอินทนนท์) ส่วนใครที่จะไปก็ต้องเตรียมขุนตัวเองไว้ให้ตัวหนาๆ เพราะแต่ละขุนฯ ที่จะขึ้นไปทั้งสูง! ทั้งหนาว! ทั้งนั้น

เสียดายก็แต่ว่า ปีนี้ถ้าใครนึกอยากจะไปหาเธอตอนที่กำลังอ่านเอนทรี่นี้อยู่ล่ะก็ อาจจะไม่ทัน เพราะป่านนี้ดอกบานสะพรั่งสีสดใสของนางพญาเสือโคร่งนั้น น่าจะโรยราไปบ้างแล้ว แต่อาจจะไม่ต้องไปไกลถึงบนดอยมาแค่ตีนดอยก็น่าจะพอ เพราะที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หรือมช. มีทุ่งดอกไม้บานรอคุณอยู่ให้ดูแทน ซึ่งก็ทำให้ยิ้มแก้มปริได้เหมือนกัน🙂

(เย่ เย่! เข้าเรื่อง ‘ดอกไม้ในมอ’ ได้เสียที 555!)

———-เดือนมกราคมของทุกปีในมช. ไม่ว่าบริเวณไหนก็จะมีดอกไม้บานสะพรั่งเต็มไปหมด เนื่องจากเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จและความภาคภูมิใจของบัณฑิตใหม่ สถานที่ที่เหล่าบัณฑิตและผู้มาร่วมงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร* มักจะมาถ่ายรูปความประทับใจกับบรรยากาศสวยงามของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ นอกจากบริเวณหอประชุมและสนามด้านหน้าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว ที่บริเวณหอพักนักศึกษา* ซึ่งเรียงรายอยู่บริเวณด้านหลังของมหาวิทยาลัย ก็เป็นอีกที่ที่บัณฑิตมักจะไปเก็บภาพประทับใจและภาพความทรงจำเก่าๆ ซึ่งแต่ละหอพักก็ไม่น้อยหน้ากัน ประดับประดาตกแต่งด้วยดอกไม้พรรณไม้นานาพันธุ์สีสันสดสวยละลานตา

———-ที่เล่ามานี้ยังไม่รวมถึงดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยอย่าง ‘ดอกทองกวาว’ รวมทั้งต้นไม้ในมออีกหลายชนิดที่ดอกของมันจะบานเป็นประจำในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีส้ม สีเหลือง และสีแดง สีของดอกไม้ที่ดูร้อนแรงพอปะทะกับลมหนาวในช่วงนี้ น่าจะช่วยให้รู้สึกดีและอบอุ่นขึ้นมาบ้าง

———-เคยได้ยินบางคนเรียกดอกไม้ที่เห็นในมอช่วงวันรับปริญญาของทุกปีว่า ดอกผักชี ที่โรยหน้าไว้ให้สวยแค่ช่วงนี้ หลังจากนี้ก็ไม่มีให้เห็นแล้ว ก็ไม่รู้ว่าคนที่พูดแบบนี้พูดเพราะรู้จักดอกไม้พวกนั้นดีจริงๆ หรืออย่างไร   อันที่จริงคนเราก็คงจะตัดสินความสวยงามที่อยู่ตรงหน้าไม่เหมือนกัน ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่าคนๆ นั้นให้ความสำคัญและให้คุณค่ากับสิ่งไหน

———แต่ถ้าได้มาเห็นเบื้องหลังอาจจะเปลี่ยนความคิดไปบ้างก็ได้ เพราะกว่าบรรยากาศในมอจะสวยงามสดชื่นอย่างที่เห็น เค้าวางแผนและตระเตรียมกันมาหลายเดือนก่อนหน้านี้ พ่อบ้านแม่บ้านประจำแต่ละหอพักและบางทีอาจจะรวมถึงนักศึกษาหอใน* บางคนด้วยที่ช่วยกันทำสิ่งเหล่านี้   ดอกไม้ปลูกกับดอกไม้ป่าไม่เหมือนกันก็ตรงที่ ดอกไม้ป่าจะบานได้ต้องรอฟ้ารอฝน แต่ดอกไม้ปลูกนั้นจะโตได้ต้องรดด้วยหยาดเหงื่อและแรงงานของคน ต้องดูแลประคบประหงม มันจึงจะออกดอกสวยงามให้ชื่นชมยินดี

———-อีกจุดหนึ่งในมอที่อยากชวนให้แวะไปเดินและถ่ายรูปเล่น คือที่แปลงดอกไม้ของคณะเกษตรฯ แม้จะผ่านมาได้หลายวันแล้ว แต่ที่นั่นยังมีควันหลงบรรยากาศงานรับปริญญาฯ ให้ได้เห็น ข้าพเจ้าผ่านไปแถวนั้นพอดีจึงแวะลงไปเดินเล่น ขณะที่ถ่ายรูปอยู่แถวนั้น ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังถ่ายรูปให้บัณฑิตอยู่เช่นกัน คงเพราะอยู่ใกล้ไปหรือเพราะว่าน้องๆ เค้าคุยกันเสียงดัง เลยได้รู้ว่าบัณฑิตที่กำลังเดินลุยเข้าไปในพุ่มดอกไม้คนนั้น เป็นบัณฑิตของคณะเกษตรศาสตร์นี่เอง สักพักก็ได้ยินเสียงจากเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม สงสัยว่าดอกไม้ที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้มันชื่อต้นอะไร จึงตะโกนถามเพื่อนออกไป “แกรู้ป่ะว่าดอกไม้พวกนี้มันชื่อต้นอะไร?” เพื่อนตอบสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงตำหนิว่า “จะรู้ได้ไง ชั้นเรียนโรคพืชนะเว้ย!” อีกคนตอบแบบไม่มั่นใจว่า “ชั้นเรียนสัตวบาล ไม่ได้เรียนพืชจะรู้ได้ยังไง?!?!” เสียงคุยโต้ตอบกันดังอยู่มิใช่น้อย แล้วก็ลอยเข้าหูป้าคนหนึ่งที่กำลังก้มๆ เงยๆ ถ่ายรูปอยู่แถวนั้นพอดี ลังลังเลเลอยู่ว่าจะเอายังงัยดี ดันรู้จักชื่อดอกไม้พวกนี้เสียด้วยสิ อยู่เฉยๆ ก็คงจะไม่ดี พอบอกพวกน้องๆ ให้หายสงสัย เค้าก็ยิ้มให้แล้วตอบกลับมาว่า “พวกหนูรู้จักแต่บรอกโคลี่แปลงที่อยู่ถัดไปเท่านั้นเองค่ะ” 555!

———-ถ้าเป็นช่วงเวลาเรียนตามปกติบริเวณนี้จะถูกใช้เป็นสถานที่ทดลองปลูกพืชผักของนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ แต่ถ้าใครผ่านไปเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วก็จะได้เห็นภาพพวกน้องๆ กำลังลงแปลงเตรียมปลูกดอกไม้เพื่อที่จะให้ดอกไม้โตและบานทันช่วงวันรับปริญญาฯ พอดี ดังนั้นถ้าสังเกตให้ดี จะเห็นว่าที่แปลงดอกไม้จะมีป้ายชื่อของผู้ดูแลปักอยู่ เจ้าของแปลงเห็นดอกไม้ของตัวเองบานสวยขนาดนี้คงภูมิใจน่าดู ถ้าปีนี้ยังไม่สวย ปีหน้าก็ตั้งใจปลูกใหม่นะจ๊ะ สู้ สู้! จะเป็นกำลังใจให้🙂

———-ส่วนภาพข้างบนนี้เป็นดอกไม้อีกอย่างที่ข้าพเจ้าภูมิใจนำเสนอ สมัยที่ยังเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่ง ตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทุ่งดอกทานตะวันอยู่ในมอ ปีนั้นพี่รหัสของข้าพเจ้าลงเรียนคอร์สถ่ายภาพ แล้วต้องไปตระเวนถ่ายภาพตามโจทย์ที่อาจารย์ให้มา ภาพทิวทัศน์ คน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ และดอกไม้ ฯลฯ พอดีกับที่น้องรหัสอย่างข้าพเจ้าและเพื่อนก็กำลังนึกอยากจะมีภาพประทับใจของทุ่งดอกทานตะวันสีเหลืองอร่ามกับเค้าเก็บไว้เป็นที่ระลึกบ้างอะไรบ้าง พี่รหัสก็คงจะคิดมาดีแล้วว่าได้ยัยสองคนนี้มาถ่ายด้วยก็น่าจะดี ยิ่งชัตเตอร์ทีเดียว ก็ได้ภาพตามโจทย์ตั้งสองตัว 555! ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก เลยไปเป็นแบบให้ฟรีๆ ค่าจ้างไม่ต้องนะคุณพี่ ขอแค่ให้ได้รูปสวยๆ เท่านี้ก็พอ ตอนนั้นที่พี่รหัสหัดเรียนถ่ายภาพยังใช้กล้องฟิล์ม ไหนจะต้องรอพี่แกเรียนล้างฟิล์มและกว่าจะฝึกอัดภาพเป็นอีก  และแล้วในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง พอพี่รหัสเอารูปมาให้ดูจึงได้รู้ว่า ข้าพเจ้ากับทุ่งดอกทานตะวันสีเหลืองสดใส    เป็นภาพขาว-ดำซะงั้น – -’

———-ไม่แน่ใจ แต่เหมือนจะเคยติดค้างเล่าเรื่องดอกไม้ในมอให้ใครคนหนึ่งฟัง ก็ใครคนนั้นเคยถามถึงดอกไม้พวกนั้น แต่มันก็ผ่านมาหลายปี คนถามคงลืมไปแล้วมั้ง เสียดายที่ตอนนั้นไม่มีโอกาสได้เล่าให้ฟัง แต่มาคิดๆ ดูแล้วไม่ได้เล่าก็ดีเหมือนกัน   เรื่อง ‘ดอกไม้’ กับ ‘ความลับ’ จะว่าไปก็มีอะไรที่คล้ายๆ กัน อาจไม่ถึงกับเล่าให้ใครฟังไม่ได้เหมือนความลับ แต่เรื่องดอกไม้ถ้าต้องเล่าให้ใครฟัง ให้เค้ารู้เหมือนกับที่เรารับรู้ บางทีก็ทำได้ยากเหมือนกัน เรื่องแบบนี้เค้าคนนั้นคงต้องมาสัมผัสและรู้สึกกับมันด้วยตัวเอง

ง-..เอวัง ข้าพเจ้าก็มีเรื่องดอกไม้มาเล่าให้ฟังด้วยประการฉะนี้แลฯ

* นางพญาเสือโคร่ง (Prunus cerasoides D.Don) เป็นพรรณไม้ที่ขึ้นอยู่ตามไหล่เขา หรือบนสันเขา บริเวณเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,000 เมตรขึ้นไป ชอบอากาศหนาวเย็น เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูงประมาณ 10 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา และมักหลุดลอกออกเป็นแถบ มีรูอากาศขนาดใหญ่ที่ลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ ขอบหยัก มีต่อมขนาดเล็ก 2-4 ต่อม ใกล้โคนใบ ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามปลายกิ่ง มีกลีบบอบบาง 5 กลีบ ดอกนางพญาเสือโคร่งมีหลายเฉดสี ทั้งสีชมพูสด สีแดง และสีขาว ผลรูปไข่ เมือสุกจะเป็นสีแดง นิยมปลูกเป็นไม้โตเร็วประเภทสวยงาม ก่อนฤดูออกดอกจะผลัดใบทิ้งต้น และผลิดอกสะพรั่งเต็มต้นช่วงกลางเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี

* พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 46 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555 ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของบัณฑิตทุกคนนะคะ
จบการศึกษา แต่การศึกษายังไม่จบ🙂

*หอพักภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือเรียกสั้นๆ ว่า หอใน แบ่งเป็นหอพักหญิง 9 หอ และหอพักชาย 6 หอ
..ไม่ว่ามหาวิทยาลัยไหนๆ หอพักในมอและเด็กหอในก็คงจะมีเรื่องเล่า เรื่องสนุกๆ และประเพณีที่ทำต่อๆ กันมาจากรุ่นพี่สืบทอดต่อมาถึงรุ่นน้องเช่นกัน แต่รูปแบบนั้นก็คงจะแตกต่างกันไป มหาวิทยาลัยของใครก็ของมัน เด็กหอในเท่านั้นถึงจะเข้าใจ 555!

One Response to “ดอกไม้ในมอ”

  1. Ursa Major 26/01/2012 at 10:23 pm #

    ถึงจะยืนยันเสียงแข็งว่าเป็นคนชอบนักชอบหนากับดอกไม้ป่า และก็มักจะรู้สึกเฉยๆกับดอกไม้ปลูก แต่ก็สะดุดตรงคำว่า ดอกไม้ที่ปลูกก็ต้องการการเอาใจใส่ไม่ใช่ให้เทวดาเลี้ยง ก็อื้มเข้าใจๆ ถึงแม้หลังๆจะไม่ค่อยได้ลงไปยุ่งกับต้นไม้ดอกไม้ในสนามหน้าบ้านเพราะเจ้าพวกนี้ส่วนใหญ่ปล่อยให้เทวดาเลี้ยงหมดแล้ว แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าคนเขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยประคบประหงมเจ้าดอกไม้ในแปลงปลูกเหมือนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: