เนยแข็งในงานหนังสือ

3 Dec

inthegarden

..เคยมีใครสักคนก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ และเปลี่ยนแปลงมันในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องได้รับ ‘การเปลี่ยนแปลง’ พอดีรึเปล่า

……….เรื่องมีอยู่ว่ากาลครั้งหนึ่ง จะว่านานก็ไม่นานจะว่าไม่นานก็นานมาแล้ว มีหนูผอมผอมตัวหนึ่งหลุดออกมาจากโรงพยาบาลลึกลับแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นมันก็ถูกปล่อยให้เข้าไปวิ่งรับลม ดมกลิ่นแดดและฝนอยู่ในสวนแห่งหนึ่ง สวนที่มีเส้นทางเดินคดเคี้ยวเหมือนเขาวงกต แต่มีต้นไม้ขึ้นรกเรื้อเต็มไปหมด จะเรียกว่า ‘สวนวงกต’ ก็คงไม่ผิดนัก ไม่รู้เป็นเพราะว่าเจ้าหนูเพิ่งผ่านประสบการณ์ความกลัวอย่างเข้มข้นในชีวิตมาได้ไม่นานหรืออย่างไร เพราะแม้จะมีคนบอกว่าสวนแห่งนั้นอาจจะมีเนยแข็งก้อนใหม่ที่มันชอบรออยู่ก็ได้ แต่เจ้าหนูกลับรู้สึกเรียบๆ นิ่งเฉย ไร้อาการใดๆ ยิ่งรู้สึกแปลกใจว่าพลังและความกระตือรือร้นที่เคยมีอยู่ในตัวมันหายไปไหน ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปคงไม่ดี

……….และแล้วในค่ำคืนหนึ่งก็มีบางสิ่งเกิดขึ้น ในบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งที่เจ้าหนูอาศัยอยู่ มันบังเอิญไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือที่ทำให้มันอ่านได้รวดเดียวจนจบ แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อความรู้สึกต่างๆ ที่หายไปกลับมาท่วมท้นล้นหัวใจอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มหนึ่งจะทำให้รู้สึกได้มากมายขนาดนี้

คนเราควรมีความกลัวไว้บ้างในบางเรื่อง เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในอันตราย แต่เราก็ควรรู้ว่า ความกลัวส่วนมากนั้นไร้เหตุผล และปิดกั้นเราไม่ให้เปลี่ยนแปลงเมื่อถึงคราวจำเป็น

อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ตัวเอง และจะไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจนกระทั่งตัวเราเปลี่ยนแปลงได้แล้ว

……….แล้วความรู้สึกของเจ้าหนูก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป มันเริ่มสนุกและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น คงเป็นเพราะความกลัวที่จะต้องเดินไปในทิศทางใหม่หมดไป และได้ความมุ่งมั่นมั่นใจมาช่วยเสริมสร้างพลังในตัวเอง ทางเดินในสวนวงกตทั้งมืดและแคบ แต่เจ้าหนูก็ออกวิ่งอย่างเต็มที่ทุกวัน หลายครั้งที่มันวิ่งชนโน้นชนนี่จนเจ็บตัว แต่ก็ต้องคอยบอกตัวเองให้อดทน เพราะช่วงเวลาที่รู้สึกว่าดีที่สุดในสวนวงกต คือ ช่วงที่เดินหน้าต่อไป อย่างน้อยตอนนี้มันก็รู้สึกว่ามันมี ‘ความสุข’ กับการวิ่งวุ่นตามหาเนยแข็งชิ้นใหม่ แม้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนก็ตาม

สำหรับบางคน การพบเนยแข็ง คือการได้ครอบครองวัตถุ แต่กับบางคนคือการมีสุขภาพที่ดี หรือพัฒนาการที่ดีในเชิงจิตวิญญาณ

เมื่อใดก็ตามที่เริ่มรู้สึกท้อถอยหมดกำลังใจ เขาจะเตือนตัวเองว่ากำลังทำอะไร แม้ว่าในขณะนี้จะไม่สะดวกสบายนักก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็ยังดีกว่านั่งนิ่งอยู่ในสถานีที่ไม่มีเนยแข็ง

……….แม้ว่าเจ้าหนูจะแข็งแรงและรู้สึกเข้มแข็งมากขึ้น แต่เพราะมีคนคอยย้ายเนยแข็งของมันอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ๆ ถูกนำมาทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า มันต้องทนทุกข์กับความคิดและความเครียดของตัวเองภายใต้ความกดดันมากมาย จนเกิดเป็นความสงสัยว่าแท้จริงแล้วปัญหาคือ งาน หรือ ตัวมันกันแน่!?

ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องวิเคราะห์หรือทำอะไรให้ยุ่งยากจนเกินเหตุ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปและเนยแข็งถูกย้ายที่ ก็แค่เปลี่ยนตามและย้ายไปตามเนยแข็ง

เราจำเป็นต้องปรับตัวให้เร็วขึ้น เพราะถ้าไม่ปรับตัวให้ทันเวลา ก็อาจจะไม่มีโอกาสปรับตัวเลยก็ได้ ทำสิ่งต่างๆ ให้เรียบง่าย ยืดหยุ่น และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง

ปล่อยวางจากเนยแข็งก้อนเดิมได้เร็วเท่าไหร่ ก็มีโอกาสพบเนยแข็งก้อนใหม่ได้เร็วเท่านั้น

(บางส่วนจากหนังสือ *ใครเอาเนยแข็งของฉันไป Who Move My Cheese? Spencer Johnson, M.D. เขียน)

……….ย้อนกลับไปวันที่เจ้าหนูออกจากรั้วการศึกษาและเริ่มต้นชีวิตการทำงานของมันเป็นวันแรก ซึ่งตรงกับวันแรกของ *งานสัปดาห์หนังสือ มช. CMU Book Fair ที่จัดขึ้นทุกๆ ปี เจ้าหนูรู้สึกดีใจที่มีเวลาออกมาเดินเที่ยวงานเสียตั้งแต่วันแรก แถมยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งนี้ก็น่าจะไปได้ด้วยดี ขนาดพระจันทร์ในคืนนี้ยังยิ้มให้เลย (ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 1, ปี 2008)

……….แล้วคืนวันก็ล่วงเลยผ่านจากเดือนเป็นปี ดวงจันทร์ยังคงหมุนรอบโลกอย่างที่มันเคยเป็นมา แต่ทำไมเวลามองพระจันทร์ของหนูตัวเดิมจึงไม่ได้เป็นอย่างที่ควรจะเป็น รู้ตัวอีกทีพระจันทร์ก็ลอยมาถึงวันสุดท้ายของงานหนังสือ.. มันจึงรีบวิ่งๆๆๆ ออกมาจากสวนวงกต ด้วยอยากไปเดินเล่นให้เย็นใจที่งานหนังสือ โชคยังดีที่ไปทันแถมยังได้มาเต็มไม้เต็มมือ แม้จะต้องรีบๆๆ ดู รีบๆๆ เลือกหนังสือ เพราะบรรยากาศในวันสุดท้ายร้านต่างๆ พากันทยอยเก็บของใส่กล่องกลับบ้านกันแล้ว

……….มีเวลาชื่นชมหนังสือดีๆ ทั้งเก่าและใหม่ได้ไม่นานก็ต้องกองทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับ เพราะทุกคืนพอหัวถึงหมอนปั๊บเจ้าหนูก็หลับเป็นตาย เช้ามาก็ต้องรีบตะกุยตะกายออกจากที่นอนวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในสวนวงกต     เป็นอย่างนี้เรื่อยไปทุกวัน ..ทุกวัน

……….จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเหตุให้เจ้าหนูได้เข้าไปอยู่นิ่งๆ ในโรงพยาบาลลึกลับแห่งหนึ่งอีกครั้ง โชคดีที่ครั้งนี้ไม่ต้องติดอยู่นาน มันได้กลับมาพักต่อที่บ้าน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาพักอันแสนสั้นแต่ก็ถือได้ว่ามีค่าและสำคัญ ที่ทำให้มันมีเวลาไตร่ตรองพิจารณาเนยแข็งและกับดักของมันอีกครั้ง

ระหว่างที่ครุ่นคิดทบทวนอยู่นั้น จมูกของเจ้าหนูก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยออกมาจากกองหนังสือที่ได้มาเมื่อปลายปีที่แล้ว

..กลิ่นเนยแข็งอย่างงั้นหรือ?

บางครั้ง ตอนที่เรายังอายุน้อยกว่านี้ เรายอมรับเนยแข็งโดยไม่ได้คิดอะไร เรามีความสุขกับการยอมรับเรื่องโกหกทั้งหลาย และเรามุ่งมั่นที่จะไต่เต้าให้ถึงจุดสูงสุด เราไม่ได้หยุดคิดถึงความจริงที่เรากำลังทำอยู่หรือผลที่จะตามมาในระยะยาว หรือสิ่งที่จะส่งผลต่อสุขภาพของเรา ทุกเช้าเราต้องคอยมองตัวเองในกระจก ใช่.. เราต่างมีคุณธรรม มโนธรรมที่ยึดถือประจำใจ เราต่างมีคำตอบต่อตัวเองถึงสิ่งที่เราทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ และมีหลายครั้ง.. ที่เราโกหกตัวเอง

คุณภูมิใจกับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ไหม คุณรู้สึกภูมิใจรึเปล่า เวลามีคนถามคุณว่าคุณทำอะไรหรือเป็นอะไร คุณตอบได้คล่องปาก หรือตะกุกตะกัก ลังเล ไม่ค่อยกล้าตอบ ยินดี หรือเศร้าๆ

เราต่างเคยมีความฝัน ตอนนี้เราเบื่อ เหนื่อย ไม่สนใจ หงุดหงิด เราฝันอีกครั้งเพื่อตามหาตัวตนที่แท้จริง และทำในสิ่งที่เราเคยปรารถนา แทนที่จะทำสิ่งที่เรารู้ว่าเราไม่ต้องการ เราเบื่อเนยแข็งแล้ว และอยากหาทางออกจากกับดัก

คุณปฏิเสธไม่ยอมรับเนยแข็งของคนอื่น เพื่อความฝันของคุณ เนยแข็งของพวกเขาคือความฝันของคุณที่ถูกทับแบนแต๊ดแต๋อยู่ เมื่อคุณปฏิเสธเนยแข็งนั่นแหละ ที่ความฝันของคุณจะปรากฏขึ้น

แต่ว่าการหนีนั้นดูน่าหวาดหวั่น ดูน่ากลัว ดูเสี่ยง ดูอันตรายมากเลยทีเดียว จะไม่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า อบอุ่นกว่าหรือ? ถ้าเรายอมรับเนยแข็งและอยู่ต่อ

เราจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีเนยแข็ง พวกหนูชอบอยู่ในเขาวงกต และชอบเนยแข็งไม่ใช่หรือ แต่! เดี๋ยวก่อน เราไม่ใช่หนู เราเป็นมนุษย์ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความแตกต่าง เป็นตัวของตัวเอง และยืนหยัดเองได้ จริงอยู่ที่เราอาจติดกับดักและอาจยอมกินเนยแข็ง เพราะว่ามันง่ายกว่าการทำตามสิ่งที่เราฝัน

หนังสือเล่มนี้ เกี่ยวกับการลงมือทำ ทำอะไรก็ได้เพื่อให้ความฝันเป็นจริง คุณต้องวางแผนหนีออกจากกับดัก คุณจะได้ไม่พลาดและหนีด้วยความมั่นใจ

ได้เวลาแล้ว วิ่งเลยหนูๆ ทั้งหลาย วิ่ง! วิ่ง!

(บางส่วนจากหนังสือ *ไม่เอาแล้วเนยแข็ง! I don’t want any more Cheese. Richard Templar เขียน)

ตกลงกับตัวเองไว้ว่าปีนี้จะไม่ซื้อหนังสือใหม่
แล้วไปงานหนังสือทำไม?
..ก็จะไปเดินหาหนังสือเก่า🙂

*งานสัปดาห์หนังสือ มช. CMU Book Fair 25 พ.ย. – 3 ธ.ค. 2554 ณ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
*
ใครเอาเนยแข็งของฉันไป Who Move My Cheese
?
Spencer Johnson, M.D. เขียน
http://www.fringer.org/wp-content/writings/whomoved.pdf
ภาคภาษาไทย
http://www.indusbusinessacademy.org/admin/documents/Dr%20Spencer%20Johnson%20-%20Who%20Moved%20My%20Cheese-.pdf
 ภาคภาษาอังกฤษ
*
ไม่เอาแล้วเนยแข็ง! I don’t want any more Cheese.
Richard Templar เขียน ไม่สามารถหาแหล่งที่อ่านออนไลน์ให้ได้ ดังนั้นขอแนะนำว่าลองไปค้นหาจากกองหนังสือในบูทขายหนังสือเก่า บางทีอาจจะเจอก็ได้ ..ขอให้โชคดีค่ะ

..ถ้าคุณจะยอมรับเนยแข็งและอยู่ต่อก็ไม่เป็นไร  แต่หนังสือสองเล่มนี้อาจจะทำให้คุณแหวกออกไปเป็นคนที่ไม่ซ้ำใคร มีความคิดสร้างสรรค์ มีแรงบันดาลใจ และทำงานเพื่อเนยแข็งอย่างมีความสุขมากขึ้นต่อไปก็ได้ ใครจะรู้..


2 Responses to “เนยแข็งในงานหนังสือ”

  1. Ursa Major 03/12/2011 at 11:26 pm #

    ขอบคุณที่มาเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง คืนนี้คงนอนฝันดี

    • Allahome 07/12/2011 at 9:00 pm #

      คงนอนฝันดีอยู่หรอกค่ะ ก็กินเนยแข็งเข้าไปจนพุงกางเลยนี่หน่า 555!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: