Milk garden

19 May

inthegarden

นานทีจะมีแขกแก้วมาเยี่ยมเยือนเราถึงเชียงใหม่ เรื่องดีใจมันก็แน่อยู่แล้ว แต่บ่อยไปที่แอบหนักใจอยู่บ้าง เวลาที่มีคนถามว่า ..มาเชียงใหม่แล้วไปเที่ยวที่ไหนดี
ก็สำหรับเราเชียงใหม่เป็นที่ที่เราแบบว่าอยู่จริงๆ ไม่ใช่ที่ที่เราเที่ยว และถึงแม้จะอยู่มานานแต่ก็ไปที่อื่นเสียมากกว่า มีแต่ปริมาณไม่ค่อยได้คุณภาพเท่าที่ควร
แต่อย่างไรก็ขอบคุณคนถามที่ไว้ใจเรา เพราะก่อนถามคงคิดมาแล้วว่าถามเอาจากคนอยู่เชียงใหม่คงได้รู้อะไรมากกว่ากูเกิ้ล แต่ตอนนี้คงรู้แล้วว่าคิดผิด 555!

พอนึกอะไรไม่ออกก็เลยเอาความเคยชินของตัวเองเป็นที่ตั้ง อย่างเช่น พาไปที่ที่เรามักจะไปเป็นประจำ กินเป็นประจำ อะไรอย่างงี้ เช่นนี้แล้วเมื่อถึงเวลาต้องไปหาอะไรกิน แขกแก้วของเราหลายคนก็มักจะถูกเราพาไปนั่งที่ร้านร้านนึงอย่างเสียมิได้ (สำหรับเพื่อนๆ ของข้าพเจ้า ไม่ต้องใบ้ก็คงนึกออกว่าหมายถึงร้านอะไร)

ร้านนี้มีชื่อว่า สวนนม (Milk garden)

อันที่จริงถ้าเป็นคอกาแฟอย่างคนอื่นเค้า ความอยากกาแฟคงทำให้ได้เที่ยวเสาะแสวงหาร้านกาแฟรสชาติดีๆ ที่มีบรรยากาศน่านั่ง ยิ่งเดี๋ยวนี้ร้านกาแฟในเชียงใหม่ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด แต่ถึงจะอย่างนั้น มาที่สวนนมใช่ว่าจะมีแต่นม นม นม และนม ให้ดู เอ้ย! ให้กิน
เมนูมีหลากหลายให้เลือกสรร รับรองว่าถูกใจคุณลูกค้าทุกเพศทุกวัย แถมบรรยากาศการตกแต่งร้านก็น่ารักเป็นธรรมชาติ และผสมผสานงานศิลปะเอาไว้อย่างอบอุ่นลงตัว ดูภาพเอาเองล่ะกัน คำบรรยายคงอธิบายได้ไม่ถึงครึ่งของบรรยากาศจริง   

เท่าที่ลองนับนิ้วมือน้อยๆ  สวนนมที่พูดถึงนี้มีอยู่หลายสาขา ลองมาไล่เรียงดูนะว่ามีที่ไหนยังไงบ้าง..
ที่แรกคือ สวนนมสาขาเดิม
ขับรถไปตามถนนเลียบคลองชลประทาน ผ่านกาดต้นพยอม ขับไปเรื่อยๆ จนเห็นสะพานข้ามไปเทศบาลตำบลสุเทพ(ด้านขวามือ) ให้เลี้ยวซ้าย เข้าไปอีกนิดหน่อยก็จะเจอทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือ แต่น่าเสียดาย.. ที่สวนนมสาขานี้ปิดตัวไปแล้ว (แล้วจะบอกทำไม? ก็บอกให้รู้ไงว่าเคยไปมาแล้ว และจำทางไปได้ด้วย)
ไม่แน่ใจว่าสาขานี้เป็นสาขาแรกหรือเปล่า หรือเปิดมานานแค่ไหน แต่ตอนที่มาเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปีแรก พี่สาวเราเคยพาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์ ที่ตอนนั้นจำไม่ได้หรอกว่าไปทางไหน แต่จำได้ว่าพี่บอกจะพาไปร้านที่ชื่อ ‘สวนนม’
ขี่ไปกันตั้งไกลปรากฏว่าไปถึงแล้วร้านปิด! คงเพราะอย่างนี้ล่ะมั้ง เรื่องมันก็เลยฝังใจให้ยังจำ แม้เวลาจะผ่านมาแล้วหลายปี
พี่เรามช.รหัส ’40 ก็บวกลบคูณหารเอาล่ะกันว่ามันผ่านมาแล้วกี่ปี (แน่ะ! บอกแต่รหัสของพี่นะ แล้วของตัวเองล่ะ 555!)


และภาพที่เห็นนี้ ก็คือภาพสวนนมสาขาเดิมที่ปิดไปแล้วนั่นแหละ มีโอกาสได้ไปอีกครั้งให้หลังผ่านไปหลายปี เหตุเพราะพาเพื่อนที่มาเที่ยวเชียงใหม่ไป นั่นไง.. ไม่พ้นด้วยเรื่องนี้
ปีที่ไปนั้นมีหนังไทยเรื่องหนึ่งที่ถ่ายทำที่เชียงใหม่เข้าฉายพอดี ใครเคยดูหนังเรื่อง ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นบ้าง หนังเรื่องนี้ใช้สถานที่ร้านนี้เป็นฉากหนึ่งในหนัง บ้านของน้องนานา นางเอกสาวน้อยอีกคนในหนัง ตอนนี้เป็นสาวสะพรั่งไปแล้ว โหย นานเนอะ 555!

สาขาต่อมาคือ สวนนมที่หน้า มช.*

สาขานี้มีอยู่ช่วงนึงเราไปบ่อย(จัด) เพราะว่าอยู่ใกล้ที่พัก ว่างๆ ไม่รู้จะไปไหน ก็มักจะชวนเพื่อนออกมานั่งหาอะไรกินกัน นั่งคุยกันไป นั่งมองอะไรเพลินๆ เราชอบบรรยากาศและมาที่นี่บ่อยแค่ไหนก็ไม่รู้ตัวหรอก กว่าจะรู้ตัวก็มีเด็กสร้างกับเพื่อนๆ อยู่คนหนึ่งชื่อ โทนี่ โทนี่เป็นเด็กขายพวงมาลัย หน้าตากวนๆ คุยเก่ง คงเพราะความฉลาดช่างคุยของโทนี่ พวกเราก็เลยใจอ่อนผูกขาดอุดหนุนกันอยู่เรื่อย ดังนั้นถ้าโทนี่เดินมาขายพวงมาลัยที่สวนนม ถ้าเห็นพวกเราก็จะเดินตรงเข้ามาหาทันที แต่หลังๆ เราอยากกระจายรายได้เลยแอบนอกใจไปซื้อพวงมาลัยกับน้องๆ เจ้าอื่นบ้างล่ะ ทั้งที่โทนี่ก็ไม่ได้มีความผิดอะไร ดังนั้นเราก็เลยต้องตั้งข้อตกลงสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างเราขึ้นมา อย่างเช่น ให้ท่องจำชื่อและจำหน้าพวกพี่ๆ ทุกคนให้ได้ และถ้าวันไหนพวกเราไปนั่งที่สวนนมแล้วเพื่อนคนไหนไม่ได้มา โทนี่ก็ต้องตอบให้ได้ว่ามีใครบ้าง เล่นไปเล่นมาชักเริ่มไร้สาระ ก็เลยให้ท่องคำศัพท์ภาษาอังกฤษบ้าง หรือเล่าเรื่องที่โรงเรียนที่ครูสอนให้ฟังบ้าง ก็ว่ากันไป
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ไปที่นั่นและไม่เจอโทนี่แล้ว เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่าเคยเจอโทนี่แถวหน้ามอบ้าง ยังไม่ทันจะได้คุยอะไร โทนี่ก็ถามขึ้นมาว่า พี่คนนั้นคนนี้(พูดไล่ชื่อมาทีละคน)ไม่มาด้วยเหรอ?

..ไม่ได้เจอกัน แต่ไม่ได้ลืมกัน

                                                                                        รูปนี้ถ่ายไว้เมื่อปี 2007 นู้นแน่ะ

สวนนมอีกสาขาเปิดอยู่ในห้าง กาดสวนแก้ว ที่ชั้น 1* สาขานี้ไม่เคยไปนั่ง แค่เดินผ่านเท่านั้น แม้จะชื่อสวนนมเหมือนกัน แต่บรรยากาศมันไม่ garden ก็เลยไม่รู้สึกอยากนั่งก็เท่านั้นเอง (เรื่องมากเนอะ 555! เลยไม่มีรูปมาให้ดู)

และล่าสุดสาขาใหม่ สวนนมที่กาดเชิงดอย*
พี่จ๋าที่ร้านเล่า* เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ร้านหนังสืออย่างร้านเล่าจะมาอยู่ที่นี่ (แถวถนนนิมมานเหมินทร์) ก็ย้ายมาหลายครั้ง แต่สังเกตไหมว่ามีร้านเล่าที่ไหน ก็มักจะมีสวนนมอยู่ที่นั่น ที่กาดเชิงดอยเมื่อก่อนก็มีสวนนมและร้านเล่าเปิดอยู่ใกล้ๆ กัน แต่หลังจากที่เค้าปิดปรับปรุงสถานที่ ทั้งสองร้านก็เลยต้องแยกย้ายจากกัน แม้ตอนนี้สวนนมจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง แต่ที่ตั้งใหม่ก็ย้ายทำเลไปจากที่เดิม อะไรๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปไม่มีวันเป็นเหมือนเดิม..


ล่าสุดนี้ ได้ไปดูหนังเรื่อง Suckseed (แหม หนังแต่ละเรื่องที่ไปดู ก็เข้ากับวัยทั้งน้าน ไม่ใช่วัยของเราหรอกแต่เป็นวัยของลูกศิษย์น่ะ แน่ะ! สงสัยล่ะสิ เห็นเราอย่างงี้ ก็มีลูกศิษย์ลูกหากับเค้าเหมือนกันนะ ..รับผูกดวง ใบ้หวย เข้าทรง คิดค่าครูไม่แพงจ้า โอ้ว ไปกันใหญ่แล้ว 555!)

มีใครจำฉากตอนที่พระเอกนัดนางเอกไปคุยเรื่องเศร้าระหว่างเราสองคนได้รึเปล่า ขณะที่นั่งดูนางเอกน้ำตาไหลส่วนเราน้ำลายย้อย เย้ย! ก็ดูหนังไปหิวข้าวไป แม้น้ำตาลในเลือดต่ำสมองทำงานช้า แต่ดูแวบเดียวก็รู้เลยว่า ฉากนั้นในหนังคือที่ ‘สวนนม’
ถูกต้องนะคร้าบ!  คุณคือแฟนพันธุ์แท้

คงเป็นเพราะการตกแต่งร้านที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะไปสวนนมสาขาไหนหรือเห็นภาพสวนนมจากที่ไหนก็จำได้ไม่ยาก


การสั่งอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ก็ทำได้เข้าท่าดี คือให้เราเดินไปสั่งที่หน้าเคาน์เตอร์ หลังจากสั่งอาหารเสร็จแล้ว ก็จะต้องเลือกตุ๊กตาหน้าโต๊ะมาหนึ่งตัว เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนเบอร์โต๊ะ ส่วนตุ๊กตาน่ารักหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความน่ารักของคนเลือก ว่าแล้วก็มีรูปตุ๊กตาตัวล่าสุดตัวที่พวกเราเลือกไว้มาให้ดูด้วย


ชื่อเมนูอาหารบางรายการก็น่าสน อย่างที่เห็นในรูปด้านซ้ายมือภาพบนและล่างชื่อ หมีตาร้อน กับ มาม่าตาลน (เมนูแรกพวกเราเพิ่งตั้งชื่อใหม่ให้เอง ก็หมีจะไม่ตาร้อนได้ไง มีพริกแปะไว้ที่ตา จริงๆ แล้วชื่อข้าวหมูตะไคร้) ไข่กระทะเบคอน ข้าวเหน็บแนม นมน้ำผึ้ง ขนมปังปิ้งหน้าต่างๆ หรือจะตบท้ายล้างปากด้วยเมนูแนะนำที่ทางร้านคิดสูตรขึ้นเอง อย่าง โย’ผล ย่อมาจากเมนูชื่อ โยเกิร์ตผลไม้ หรือจะเป็นโยเกิร์ตเฉาก๊วย เรียกสั้นๆ ว่า โย’เฉา เรียกแบบนี้แล้วฟังดูเท่ห์ชะมัด..

เคยมีนัดกับใครทุกๆ ปีไหม?

ก็ไม่เชิงว่าเป็นนัดที่ซีเรียสอะไร ด้วยมีโอกาสเจอกันแค่ปีละครั้ง ถ้าไม่ติดอะไรก็จะพยายามให้ได้เจอกัน

เวลาเดิมของทุกปี เรามีนัดกับนักเรียนของเราคนหนึ่ง เพราะต้องไปเรียนไกลถึงต่างบ้านต่างเมือง นานทีปีหนถึงจะได้กลับบ้าน ได้เจอหน้าเจอตากันแต่ละทีก็มีประสบการณ์ใหม่ๆ มาเล่าให้ฟังอย่างตื่นเต้นทุกครั้ง คงเป็นเพราะว่านานๆ ทีเราถึงจะได้คุยกัน เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะเราจะได้มีอะไรให้รอฟังได้ทุกๆ ปี
ปกติพอเค้ากลับมาถึงก็จะติดต่อมาหาเราเพื่อนัดเจอกันเหมือนทุกปีที่ผ่านมา แต่มีอยู่ปีหนึ่งเราต้องยกเลิกนัดไปเพราะต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่นาน แต่พอเรากลับมาทำงานได้แล้วเค้าติดต่อเรามา ตอนแรกก็นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก โชคดีปีนั้นเราก็เลยยังทันได้เจอกัน
และไม่รู้เป็นไงทุกครั้ง ก็จะนัดเจอกันที่สวนนมที่เดิม ครูกับนักเรียนคนเดิม เมนูอาหารก็เหมือนเดิม แม้แต่โต๊ะที่เลือกนั่งก็ยังเป็นมุมเดิม ส่วนจะโต๊ะตัวเดิมด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ ที่ร้านอาจจะเปลี่ยนก็ได้ เราไม่ทันสังเกต 555!

และเพิ่งจะมานึกออกเมื่อไม่นานนี้เองว่า ชีวิตช่วงที่ผ่านมาไม่รู้เรายุ่งอะไรนักหนา ปีที่ผ่านมาเราไม่ได้เจอกัน..
คงเป็นเพราะขาดการติดต่อกันไปช่วงใหญ่ แต่ถ้าเป็นเพราะเบื่อการเจอกันแบบเดิมๆ แล้ว บอกครูได้นะ จะได้เปลี่ยนไปนัดเจอกันที่ใหม่ สวนนมสาขาอื่นก็ได้ เอ้า! ไม่ได้พูดเล่น ครูพูดจริงๆ 555! 

ไม่ว่าจะยุ่งกับการงานชนิดใด ก็ไม่ควรจะยุ่งเกินกว่าจะเพิกเฉยต่อน้ำใจของผู้คน แม่มักจะย้ำอะไรกับเราประมาณนี้เสมอ..

ที่ครูเคยสอน จำได้ไหม?
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม มีลักษณะอย่างไร?
แม่ก็เลี้ยงเราด้วยนม ใช่หรือไม่?
ส่วนครูก็จะเลี้ยงนักเรียนด้วยนม ใครจะทำไม!
งั้นปีนี้พวกเราเจอกันที่ ‘สวนนม’ เหมือนเดิม เวลาเดิม โอเค้?    


สวนนมที่หน้า มช.*
 ถนนห้วยแก้ว ฝั่งตรงข้ามกับมช. อยู่ถัดจากร้านกินเส้น ตรงทางเข้ามาลินพลาซ่า
กาดสวนแก้ว
* เป็นชื่อห้างสรรพสินค้าในเชียงใหม่ ชื่อเต็มว่า เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว
สวนนมที่กาดเชิงดอย* เดี๋ยวนี้กาดเชิงดอยเปลี่ยนชื่อเป็น ประเสริฐแลนด์ บริเวณที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับมช. ถนนเลียบคันคลอง ด้านปั๊มน้ำมันปตท. มช.
ร้านเล่า* Books, Coffee, Gallery and Guesthouse Nimmanhemin Road, Chiang Mai

5 Responses to “Milk garden”

  1. เป็นลม 28/05/2011 at 11:22 pm #

    บังเอิญ เข้ามาเจอ ?
    .
    .
    .

    บังเอิญเคยไปที่ร้านนี้เมื่อนานมาแล้ว
    บังเอิญถูกใจ และเกิดนึกตามไปว่า เราก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใช่หรือไม่

    พาลให้สงสัย นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้กินนม

    • Allahome 29/05/2011 at 3:43 pm #

      ‘เป็นลม’ เพราะไม่ค่อยได้ดื่มนมรึป่าวค่ะ? จะดื่มตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ แต่ก็อาจจะไม่สบายได้ จึงขอแนะนำให้ดื่มนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตดีกว่าค่ะ เมนู ‘โฟโย่’ (Frozen Yogurt) ที่เพิ่งแนะนำไปก็ดีต่อสุขภาพนะ
      ..บังเอิญจังนะคะ🙂

  2. เป็นลม 29/05/2011 at 9:00 pm #

    🙂 เห็นแล้วครับ ชื่อว่าเท่แล้ว รูปก็เท่ไม่แพ้กัน
    แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่งานยุ่งล้นมือ จะได้ลองทำดูไหมหนอ

    อ้อ .. มีบางอย่างที่บังเอิญอีกนะครับ

    เรื่องที่ว่า เคยมีนัดกับใครทุกปีไหม .. ผมไม่เคยมี
    แต่แม้ไม่ได้นัดแต่ก็ได้เจอกันนานๆทีในช่วงเวลาเดิมๆทุกปี
    เอาไว้ให้ลุ้นว่าปีใหม่นี้จะได้เจอไหม ^__^

    อื้อ .. เกือบลืมบอกไป วันนี้ผมดื่มนมแล้วล่ะครับ 55

  3. Fasai :) 31/08/2011 at 10:25 pm #

    เพิ่งรู้ว่าอาจารย์เป็นแฟนพันธุ์แท้สวนนม อิอิ

    แล้วปีหน้าไว้เจอกันใหม่นะคะอาจารย์ 🙂

    • Allahome 31/08/2011 at 11:08 pm #

      ปีหน้านัดเจอกันที่ไหนดี ให้เวลาคิดหนึ่งปี
      ..นัดข้ามปีอย่างงี้ ไม่ว่างไม่ได้แล้ว🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: