สวัสดีปีใหม่ไทยเจ้าาาา

22 Apr

Mayly-go-round*

“ปี๋ใหม่เมืองเฮาก่อมาถึงแล้วน่อ ดำหัวแม่ป้อ ป้า ลุง อุ้ย เฮาดีกว่า ประเพณีบะเก่าของเฮาสืบมา เข้าวัดเข้าวาตักบาตรทำบุญ….”
เสียงเพลงสุดฮิตที่ถูกเปิดในช่วงเดิมของทุกปี เป็นเสียงบอกกล่าวต้อนรับปีใหม่ไทยที่กำลังเคลื่อนเข้ามา บรรยากาศของเชียงใหม่ในโมงยามที่เพลงนี้ฮิตสุดๆ แม้ว่ามักจะเป็นช่วงขาขึ้นของอุณหภูมิในอากาศ แต่อุณหภูมิในใจคนกลับเย็นลง และเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา บ้างก็ได้หยุดงานยาว บ้างก็ได้กลับบ้าน ได้เจอครอบครัว ลูกหลานต่างถิ่นกลับมาไหว้สาพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ บ้างก็นัดพบกับเพื่อนเก่า บ้างขอนอนพักผ่อนอยู่กับที่ หรือบางทีก็ถือโอกาสไปเที่ยวที่อื่นหนีจากช่วงวุ่นวาย

เทศกาลสงกรานต์เป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวล้านนา ตามปฏิทินทางโหราศาสตร์ จะถือเอาวันที่พระอาทิตย์โครจรย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งจะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 แต่การนับวันทางจันทรคตินี้ เมื่อเทียบกับวันทางสุริยคติ ในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน จึงถือตามประกาศของทางการ ยึดเอาวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันสงกรานต์ แต่สำหรับคนเมืองแท้ๆ แล้ว เทศกาลสงกรานต์กินเวลาหลายวัน เริ่มนับจากวันแรกเป็นวันสังขารล่อง วันเนา วันพญาวัน วันปากปี วันปากเดือน โดยแต่ละวันก็มีความหมายและความเชื่อเพื่อปฏิบัติแตกต่างกันไป

ในวันแรก วันสังขารล่อง(วันมหาสงกรานต์)ตามประเพณีโบราณแล้ว กษัตริย์ล้านนาจะต้องทำพิธีสรงน้ำตามทิศที่โหรหลวงคำนวณไว้ และจะลงไปทำพิธีลอยเคราะห์ในแม่น้ำ ปัจจุบันนิยมจัดขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญประจำเมือง เช่น พระพุทธสิหิงค์และพระเสตังคมณี ไปตามถนนแล้วนำไปประดิษฐานไว้ที่ข่วงประตูท่าแพเพื่อให้ประชาชนได้เข้านมัสการสรงน้ำพระพุทธรูปดังกล่าว และมีการทำบุญตักบาตรร่วมกันในช่วงเช้าด้วย แม่เล่าให้ฟังว่าสมัยแม่ยังเด็ก วันนี้เป็นวันที่ทำความสะอาดใหญ่ประจำปี ต้องเก็บกวาดบ้านเรือนให้เรียบร้อย บ้านเราเองก็ใช้วันนี้เป็นวันสรงน้ำพระพุทธรูปในบ้านในหนึ่งรอบปี

วันถัดมา คือ วันเนา วันเน่า หรือวันดา เป็นวันที่ยายจะต้องทำขนมเพื่อเตรียมไปทำบุญที่วัดในวันต่อไป ขนมที่ยายชอบทำ คือ ขนมจอก หรือขนมเทียน ยังจำได้อยู่เลยว่ามีปีหนึ่งที่ยายทำเสร็จแล้วเราชิมกัน รู้สึกว่ารสชาติขาดอะไรไปสักอย่าง ยายเลยนึกออกว่า ยายลืมใส่น้ำตาลปี๊บไปนี่เอง! หลังทำขนมเสร็จ ตกบ่ายชาวบ้านจะขนทรายเข้าไปกองไว้ที่วัด เพราะเชื่อว่าตลอดทั้งปีที่ไปวัด ได้เหยียบเศษทรายในวัดติดรองเท้าออกมา วันนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เอาทรายกลับไปคืนวัดเสีย นี่เป็นความเชื่อที่แสดงถึงศรัทธาของชาวบ้านต่อพุทธศาสนาอย่างน่ารักและเข้มแข็งทีเดียว บางบ้านก็จะตัดตุงไว้ เพื่อเตรียมเอาไปปักที่กองทรายในวันต่อไป

วันพญาวัน เป็นวันที่งดเว้นการทำงานการใดๆ แม่บอกว่าสมัยก่อน ไม่มีการจ่ายเงินเสียด้วยซ้ำ เพราะงานการ อาหารต่างๆ จะถูกเตรียมไว้ตั้งแต่วันก่อน บ้านใกล้เรือนเคียงก็จะเอาอาหารมาแบ่งกัน อาหารชื่อมงคลที่นิยมกันได้แก่ แกงขนุน ลาบ เป็นต้น ชาวบ้านจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่สวยงามไปทำบุญกันที่วัดตั้งแต่เช้าตรู่ นำอาหารคาวหวานไปถวายพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ และนำตุงไปปักบนเจดีย์ทรายที่ก่อไว้ โดยมีคติว่าอานิสงส์สามารถช่วยให้ผู้ตายที่มีบาปหนักถึงตกนรกนั้นสามารถพ้นจากขุมนรกได้ พอตกบ่ายหน่อยแม่ก็จะแวะเวียนไปดำหัวญาติผู้ใหญ่ เมื่อเราไปบ้านยาย ก็เห็นว่าหลานยายคนอื่นๆก็มาเยี่ยมเยียนหายายเช่นกัน ถ้าใครมาไม่ได้ในวันนี้ ก็จะมาในวันต่อๆ ไป ที่เรียกเป็นวันปากปี วันปากเดือน (ปาก คือ เริ่มต้น นับปากปี ต่อมาเป็นปากเดือน)

เรื่องเล่าสงกรานต์ของแม่ ไม่เหมือนกับความทรงจำเกี่ยวกับสงกรานต์ของเรานัก กิจกรรมหลักของเราคือ รวมตัวกันเล่นน้ำกับญาติ อาจจะเพราะญาติฝ่ายพ่อของเราเป็นชาวจีนแท้ ลูกเจ๊กหลานจีนอย่างเราเลยมุ่งมั่นกับการเตรียมตัวคลายร้อนด้วยน้ำเย็นเสียมากกว่า บ้านอาม่าที่พี่น้องเรามักจะไปรวมกันอยู่บนถนนสายใหญ่ที่มีรถผ่านตลอด แน่นอนว่า รถสุดฮิตในเทศกาลนี้หนีไม่พ้นรถกระบะ ที่บรรทุกทั้งคนและถังน้ำด้านหลัง พวกเราฝึกออกรบสงครามน้ำตั้งแต่หน้าบ้านอาม่า และพอได้เวลาที่เหมาะสมก็จะออกรถของที่บ้านไปสู้ศึกกับชาวคูเมือง ด้วยความที่เด็กผู้หญิงบ้านเราเยอะมาก ลุง พ่อ และอาผู้ชายต้องช่วยกันดูแลหลังรถกระบะอย่างเต็มที่ อาวุธหลักของบ้านเราคือน้ำเย็น สิ่งที่ขาดไม่ได้จึงเป็นน้ำแข็งก้อนยักษ์ น้ำเย็นๆในวันร้อนๆเรียกเสียงร้องจากสาวๆทั้งรถอื่นและรถเราเองได้เป็นอย่างดี ถนนสายที่เราเริ่มต้นเล่นมักจะเป็นท่าแพแล้วจึงวนเข้าไปในคูเมือง เส้นท่าแพเป็นเส้นที่เล่นน้ำสนุก และรู้สึกสะอาดกว่าคูเมือง แต่คูเมืองก็เป็นแหล่งเติมเสบียงน้ำชั้นดี เพราะน้ำที่เราเตรียมมามักจะหมดเมื่อจบเส้นท่าแพ จึงต้องพักเติมน้ำด้วยกำลังของผู้ใหญ่ เราเด็กๆก็ช่วยบ้าง กินขนมบ้าง หนีไปพักหนาวในรถบ้าง รู้อีกที น้ำก็เต็มถัง เตรียมพร้อมเดินทางต่อแล้ว สงกรานต์วัยเด็กของเราสนุกและสบายอย่างนี้ ถึงได้ติดใจเล่นกันอยู่ทุกปี จนถึงช่วงมัธยมปลายที่เด็กๆ เริ่มโต ออกไปเล่นกับเพื่อนบ้าง เป็นสาวแล้วเริ่มกลัวดำกลัวสิวขึ้นบ้าง ผู้ใหญ่ก็เริ่มแก่ขึ้น เราจึงมีสมาชิกร่วมรถร่อยหรอลง และเหลือเพียงนัดพบกันที่บ้านอาม่าเพื่อกินข้าวรวมญาติกันเฉยๆ แต่ไม่ว่าปีไหน มารวมตัวกันเมื่อไหร่ เราก็ยังมีเรื่องให้พูดคุยและนึกถึงสงกรานต์สนุกสนานของบ้านเราสมัยละอ่อนเสียทุกที

ยุคสมัยการเล่นน้ำกับเพื่อนแตกต่างกับญาติอย่างสิ้นเชิง การเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนม.ปลายสนุกแต่ไม่สบาย นับได้ว่านี่เป็นกิจกรรมที่เด็กในเมืองเชียงใหม่แทบทุกคนต้องสัมผัส ถึงขั้นทดสอบหน้าตาและความฮอตกันด้วยอาการเปียกน้ำ ถ้ากำลังอยู่ในวัยใสแล้วได้ย่างกรายผ่านเขตเปียกน้ำแต่ตัวแห้งกลับมา อาจจะทำให้เสียเซลฟ์กันไปทีเดียว! ห้องเรานัดกันเล่นน้ำทุกปีมาร่วมสิบปีแล้ว เราเคยมีปีที่สมาชิกมากถึงขั้นใช้สองคันรถกระบะ แม้ว่าในปีหลังๆ เพราะเส้นทางชีวิตแยกย้าย เราเลยรวมกันได้น้อยลง แต่พอนึกย้อนไปถึงช่วงสมัยวัยรุ่นสุดฮิต การเอารถกระบะออกเล่นน้ำพร้อมเพื่อนในห้อง จะทำให้ได้เราเจอเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้องที่รู้จักตลอดเส้นทางที่รถผ่าน ยิ่งช่วงรถติดในคูเมือง แล้วลงเดินเล่น หรือแม้แต่นั่งเฉยๆ บนรถ ก็จะต้องได้ทักทายใครซักคนที่ผ่านไปผ่านมา แต่เพราะรถติดนานจัด ความทรมานบางประการของการเล่นน้ำ คือหาห้องน้ำเข้า ปั๊มน้ำมันรอบคูเมืองกลายเป็นสถานที่ขายดีสุดๆ รถแวะเข้าไปเติมน้ำมัน คนไปเข้าห้องน้ำ อาหารในร้านเลยขายดีแบบที่เรียกว่าเทน้ำเทท่าเลยทีเดียว ปีนี้ห้องเรายังคงนัดกันอยู่หนึ่งวัน แต่สมาชิกผู้หญิงเหลือเพียงสองคน เรานั่งหน้ารถดูบรรยากาศและสังเกตเพื่อนผู้ชายที่แอบเหล่และเล่นไปทั่วกับสาวๆ ที่ออกมาเล่นน้ำ สงกรานต์ช่างเป็นเทศกาลที่อ้อล้อ มีชีวิตชีวา และใช้น้ำเป็นตัวลดอุณหภูมิได้ดีจริงๆ

สงกรานต์ที่เชียงใหม่ เป็นเทศกาลสุดฮิตที่ใครๆ ก็อยากมาลองร่วมสักครั้ง ช่วงเวลาแบบนี้ ผู้คนจึงหนาแน่น เดินทางลำบาก แม้ว่าร้านอาหารส่วนหนึ่งจะยังให้บริการ แต่หลายร้านก็ปิดไปพักผ่อนยาวเช่นกัน เพราะปีนี้ เรานั่งสังเกตบรรยากาศอยู่บนหน้ารถกระบะ เลยทำให้รู้ว่า สิ่งต่างๆ ล้วนเปลี่ยนไปตามเวลาจริงๆ จำได้ว่า เราชอบเล่นน้ำเส้นท่าแพ เพราะแต่ก่อนที่ถนนท่าแพจะต่อท่อประปาไว้ให้คนเล่นน้ำข้างถนน แต่ปีนี้ก็พบว่าไม่มีแล้ว เส้นท่าแพเป็นหนึ่งทางผ่านเข้าสู่คูเมือง และจะไปคึกคักก็ตามซุ้มต่างๆ ที่จัดไว้ มีดีเจมาคอยเปิดแผ่นให้จังหวะการเล่นน้ำมันส์ขึ้น แค่นั่งในรถ หัวใจยังเต้นตุบๆ ตามไปด้วยเลย

เทศกาลสงกรานต์สำหรับคนยุคเราอาจจะมีความหมายที่ต่างออกไปจากคนรุ่นแม่ แต่ที่แน่ๆ สงกรานต์ยังมีความหมายในมิติของการกลับบ้าน เพื่อจะได้พบปะพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง คนเฒ่าคนแก่ก็รอได้เจอหน้าลูกหลานมาดำหัวกราบไหว้ เราเชื่อว่านี่คือเทศกาลของการเริ่มต้นปีใหม่ไทยกับคนรักและครอบครัวอย่างเป็นสุข และเชื่อว่าจะเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นที่สุดในรอบปีสำหรับใครหลายๆ คนทีเดียว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: